|
|
|||||
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
|||||
1. การตัด |
|
![]() |
![]() |
ข้อควรระวัง ไม่ควรตัดท่อ "ไซเลอร์" ด้วยเครื่องมือที่เกิดความร้อนสูง เช่น -เลื่อยตัดไฟเบอร์ความเร็วสูง -เครื่องตัดด้วยระบบแก๊สเพราะจะทำให้ชั้นพีอีไหม้และ หดตัวเป็นสาเหตุของสนิมบริเวณปลายท่อ |
| ข้อควรระวัง หากตัดท่อด้วยใบมีดในเครื่องต๊าป (Roller Cutter) ควรใช้ใบมีดที่ใหม่และมีความคมเพียงพอ การตัดท่อด้วยคัดเตอร์ที่ไม่คม จะทำให้ ปลายท่อเหล็กบานออก เมื่อประกอบกับข้อต่อแล้วอาจมีผลทำให้พลาสติกด้านใน ข้อต่อเสียหายจนไปขวางการไหลของน้ำให้ลดน้อยลงได้ |
|
|
|
![]() |
|
ข้อควรระวัง หากขูดหรือแต่งปลายท่อ ด้วยที่คว้านท่อที่ติดตั้งในเครื่องต๊าป ต้องไม่ไห้ปลายท่อถูกขูดไปเกิน 2 ใน 3 ของความหนาชั้นพีอี |
|
![]() |
|
| 3.การทำเกลียว ควรทำเกลียวเพื่อให้ได้ความยาวเกลียวตามมาตรฐาน BS21 และ BSPT หรือตามตารางข้างล่าง เพื่อป้องกันการรั่วและเกิดสนิมของท่อ และข้อต่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ |
|
![]() |
|
![]() |
มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้เครื่องต๊าป กรุณาติดต่อ ผู้ผลิดหรือจัดจำหน่าย REZ 0-2736-1913-5 ASADA 0-2739-4483-4 |
|
![]() |
4.การประกอบและการขันท่อ |
![]() |
![]() |
|
| 5.ขั้นตอนหลังจากติดตั้งเสร็จ หลังจากการเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซ่อมแซมส่วนที่มีตำหนิบนท่อและข้อต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเกลียวด้วยสีกันสนิมหรือสารเคลือบป้องกันสนิมเพื่ออายุการใช้งานที่ยืนยาวที่สุด |
|
| 6.การทำความสะอาดระบบท่อน้้ำภายหลังการติดตั้ง หลังจากการติดตั้งเสร็จ ควรปล่อยน้ำไหลเพื่อทำความสะอาดด้านในท่อน้ำและชำระสิ่งสกปรกที่อาจเกิดจากการติดตั้งให้หมดไป แล้วทำการฆ่าเชื้อที่อาจปนเปื้อนมาจากการติดตั้ง ด้วยส่วนผสมของคลอรีน (ใช้ได้ทั้งคลอรีนเหลวหรือส่วนผสมของโซเดียมไฮเปอคลอไรด์ สัดส่วนที่ใช้ไม่ควรน้อยกว่า 50 ppm) ทิ้งค้างไว้ในท่อไม่ต่ำ่กว่า 24 ชม. แล้วปล่อยน้ำสะอาดชะล้างจนกว่าสารคลอรีนที่ตกค้างคงเหลือในระบบไม่เกิน 0.2 ppm |
|
![]() |
|
| ปกติท่อไซเลอร์ นั้นผิวด้านนอกของเหล็กกัลวาไนซ์ จะชุบซิงค์ และเพิ่มการปกป้องอีกชั้นด้วยพีอี (PE Powder Coated) ช่วยไม่ให้ผิวท่อเกิดปัญหาสนิม แต่ในการต๊าปเกลียวจำเป็นต้องขูดลอก ผิวท่อออกมา เหลือแต่เนื้อเหล็กเพียงอย่างเดียว จึงเกิดปัญหาสนิมที่บริเวณเกลียว เราสามารถ แก้ไขได้โดยใช้กาวกันสนิม เฮอร์เมสซีล เพื่อปกป้องเกลียวท่อและข้อต่ออย่างสมบูรณ์ | |
![]() |
![]() |
|
![]() |
การทากาวกันสนิม (HERME SEAL NO.55) เป็นน้ำยาซีลป้องกันการผุกร่อน การรั่วซึมของน้ำ ใช้กับท่อเหล็ก,ท่อไลน์นิ่ง อีกทั้งยังป้องกันการผุกร่อนในส่วนของสลักเกลียวเหมาะสำหรับการเดินท่อจ่ายน้ำร้อน, การเดินท่อจ่ายน้ำประปา กาวเฮอร์เมสซีล 55 ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันสนิม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ JWWA K142 JAPAN WATERWORKS ASSOCIATION ประเทศญี่ปุ่น |
|
ตารางข้างล่างแสดงปริมาณเฉลี่ยในการทากาว กรณีที่ทากาวน้อยเกินไปจะทำให้กาวที่ทาไม่เต็มผิว ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วของน้ำ และการป้องกันสนิมนอกจากนี้ในกรณีที่ทามากเกินไป จะทำให้เยิ้มติดเป็นผลึกในท่อและเป็นสิ่งเจือปนไหล ออกมากับน้ำ ![]() |
วิธีการใช้งานและข้อควรระวัง ให้ทำความสะอาดเกลียวท่อโดยการชำระล้างคราบน้ำมันที่ติดอยู่ตามเกลียวท่อและผิวท่อ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้งเพื่อเวลาทากาว เฮอร์เมสซีล จะทำให้เกาะติดผิวและเกลียวท่อได้ดี ทากาว เฮอร์เมสซีล ตรงส่วนของเกลียวท่อให้ทั่วบริเวณที่เป็นเกลียว ในส่วนที่ต้องให้ความสำคัญในการทากาวเฮอร์เมสซีลมากที่สุดก็ คือในส่วนของหน้าตัดท่อเพราะจะเป็นจุดที่สำคัญในการสัมผัสกับน้ำได้โดยตรง สำหรับเกลียวของข้อต่อท่อประปาขนาด 2" ขึ้นไป หากไม่แน่ใจว่าเกลียวที่ต๊าปได้มาตรฐานหรือไม่ ควรใช้เทปพันเกลียวช่วย โดยทากาวที่เกลียวท่อประปา ชั้นหนึ่งก่อนพันเทปพันเกลียว และทากาวทับเทปพันเกลียวอีกชั้นหนึ่ง ก่อนขันเข้ากับข้อต่อเพื่อความแน่น เนื่องจากกาวเฮอร์เมสซีล มีเวลาการยึดเกาะตัว ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วและการเกิดสนิม จึงควรทิ้งเวลาไว้อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ก่อนทดสอบการปล่อยน้ำ |